บริษัท น้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด(มหาชน) ลุยลงทุนต่อเนื่องเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรและเทคโนโลยีอันทันสมัย ด้วยการนำระบบอัตโนมัติ (Distributed Control System : DCS) มาใช้ในการควบคุม โดยปีนี้ได้ลงทุนเพิ่มอีกกว่า 600 ล้านบาท เพิ่มกำลังการผลิตจาก 18,000 ตันต่อวัน เป็น 21,000 - 21,500 ตันต่อวัน

นายกิตติศักดิ์ วัธนเวคิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ถือเป็นผู้ผลิตน้ำตาลทรายในระดับต้นๆ ของประเทศ ได้เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรและเทคโนโลยีอันทันสมัย ด้วยการนำระบบอัตโนมัติ (Distributed Control System : DCS) มาใช้ในการควบคุม โดยปีนี้ได้ลงทุนเพิ่มอีกกว่า 600 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตจาก 18,000 ตันต่อวัน เป็น 21,000-21,500 ตันต่อวัน รวมทั้งได้ใส่ใจดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการใช้พลังงาน รวมถึงการดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม (Zero Waste) โดยที่ผ่านมาบริษัทฯได้รางวัลโรงงานน้ำตาลดีเด่น และรางวัลบริษัทน้ำตาลที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพอย่างต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน จากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม

โดยบริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำตาล ด้วยสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักแนวคิด Fully Integrated System ด้วยการนำผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาลทรายทุกส่วนกลับมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่านการประกอบธุรกิจแบบครบวงจร ได้แก่ ธุรกิจผลิตไฟฟ้า เอทานอล ก๊าซชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์เคมี และให้มีส่วนเหลือทิ้งเป็นศูนย์ หรือ Zero-waste Discharge Systems
โดยนำชานอ้อยที่ผ่านกระบวนการหีบอ้อยและก๊าซชีวภาพที่เกิดจากการผลิตเอทานอลมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้นำกากน้ำตาลที่เกิดจากกระบวนการหีบอ้อยมาผลิตเป็นเอทานอลสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง อีกทั้งนำน้ำกากส่าที่มาจากการขั้นตอนการผลิตเอทานอลมาปรับสภาพเพื่อผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ และลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิง รวมทั้งนำน้ำที่ออกจากการผลิตก๊าซชีวภาพและกากหม้อกรองที่มาจากการผลิตน้ำตาลมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์เคมี และวัสดุปรับปรุงดิน เพื่อจำหน่ายให้แก่ชาวไร่อ้อยที่อยู่ภายใต้โครงการส่งเสริมของบริษัทฯ ทำให้ บมจ.อ้อยและน้ำตาลตะวันออก สามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากการกระบวนการผลิตอ้อยและน้ำตาลทราย

บริษัท น้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ ESC เดิมดำเนินธุรกิจอยู่ภายใต้ บริษัท น้ำตาลตะวันออก จำกัด (ES) ซึ่งจดทะเบียนก่อตั้งเป็นบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2502 ณ ปัจจุบัน ESC ดำเนินกิจการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายเป็นหลัก และดำเนินธุรกิจที่นำผลิตภัณฑ์พลอยได้ จากการผลิตน้ำตาลทราย มาทำให้เป็นประโยชน์ อาทิเช่น ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอล ธุรกิจผลิตและจำหน่ายก๊าซชีวภาพ และธุรกิจผลิตและจำหน่ายปุ๋ย โดยเริ่มดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลทราย ที่จังหวัดระยอง ตั้งแต่ปี 2502 เริ่มต้นที่กำลังการผลิต 500 ตันอ้อยต่อวัน จากนั้นได้ย้ายฐานการผลิตมาที่สระแก้ว ตั้งแต่ปีการผลิต 2536/37

ปัจจุบันมีกำลังการผลิตสูงที่สุดของโรงงานน้ำตาลในภาคตะวันออก และมีบริษัทในเครือที่เป็นธุรกิจต่อเนื่องอีกหลายบริษัท ซึ่งได้สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และความเจริญต่อชุมชน อำเภอ จังหวัด และประเทศชาติอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ การผลิต และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ทั้งภาคเกษตรและภาคการผลิต อันเป็นผลให้บริษัทฯ ได้รับรางวัลโรงงานน้ำตาลดีเด่นหลายปีติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง สามารถนำองค์กรเข้าสู่ระบบบริหารคุณภาพมาตรฐานสากล นำเกษตรกรชาวไร่อ้อยเข้าสู่ระบบมาตรฐานสากลเป็นเกษตรกรกลุ่มแรกของโลก สร้างอุตสาหกรรมพลังงานและอื่นๆ ต่อเนื่องจากการผลิตน้ำตาลอย่างครบวงจร และยังมีการส่งเสริมปลูกอ้อยแบบ Smart Farm อีกด้วย นอกจากนี้ บริษัทยังมีพื้นที่ สีเขียวมากกว่า 120 ไร่ และมีการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมชาวไร่อ้อยตลอดฤดูกาลผลิต ตามหลักวิชาการ โดยเฉพาะการบำบัดน้ำ แบบ Acivated Sludge อีกด้วย

โดยบริษัทฯได้ส่งเสริมการผลิตอ้อยคุณภาพสูง เพื่อผลิตน้ำตาลที่มีคุณภาพคงความเป็นมาตรฐานสากล พัฒนาธุรกิจพลังงาน และอุตสาหกรรม ต่อเนื่องเพื่อเพิ่มมูลค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยพัฒนาโรงงานให้มีนวัตกรรม พัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง มีระบบการบริหาร จัดการที่ทันสมัย มีธรรมาภิบาล ดูแลและปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วยระบบการผลิตที่ปราศจากของเสีย (Zero Discharge) พัฒนาบุคคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ พร้อมดูแลผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย ในทุกระดับอย่างสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชาวไร่อ้อย ชุมชนท้องถิ่น และบุคลากรของบริษัทอีกด้วย

บริษัทให้การสนับสนุนชาวไร่อ้อยอย่างครบวงจร
รวมถึงมุ่งเน้นในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ได้แก่ น้ำตาลทรายดิบคุณภาพสูง (Very High Polarization Sugar -- VHP) และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ (Refined Sugar) นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นหนึ่งในโรงงานน้ำตาลเพียง 8 แห่งที่ได้รับใบรับรองมาตรฐาน Bonsucro อีกด้วย ทั้งนี้ น้ำตาลที่มีคุณภาพสูงช่วยทำให้บริษัทได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นอีกทั้งยังช่วยดึงดูดลูกค้าเพิ่มมากขึ้น บริษัทเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ส่วนโรงงานผลิตน้ำตาลอื่นๆ ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว บริษัทจึงไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับผู้ผลิตรายอื่นเพื่อให้ได้วัตถุดิบอ้อยที่เพียงพอเพื่อป้อนโรงงาน นอกจากนี้ บริษัทยังมีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับเกษตรกรชาวไร่อ้อยอีกด้วย บริษัทให้การสนับสนุนชาวไร่อ้อยอย่างครบวงจรทั้งด้วยการให้เงินสดล่วงหน้าและสนับสนุนปุ๋ย รวมไปถึงการพัฒนาวิธีปลูกอ้อยที่มีประสิทธิภาพ การใช้ระบบชลประทานที่ก้าวหน้า ตลอดจนการสนับสนุนพันธุ์อ้อยและเครื่องมือในการเก็บเกี่ยว
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอ้อยและน้ำตาล เช่น ธุรกิจผลิตไฟฟ้าและธุรกิจผลิตเอทานอลเพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากอ้อยอีกด้วย มีกำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้าโดยรวมที่ขนาด 123.6 เมกะวัตต์ บริษัทใช้กากอ้อยจากกระบวนการผลิตน้ำตาลเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพในการผลิตไฟฟ้า บริษัทจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 2 แห่งภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับซื้อไฟฟ้าที่ขนาด 40 เมกะวัตต์ภายใต้โครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (Small Power Producer -- SPP) ในขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รับซื้อไฟฟ้าที่ขนาด 11 เมกะวัตต์ภายใต้โครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมาก (Very Small Power Producer -- VSPP) มีกำลังการผลิตเอทานอลมากถึง 150,000 ลิตรต่อวันและมีลูกค้าเป็นกลุ่มบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันรายใหญ่ในประเทศ

รับข่าวสารก่อนใคร ฉับใวถึงมือคุณ
เพิ่มเราเป็นเพื่อน แอดไลน์ @610nusdc
