November 23, 2020

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

Create an account

Fields marked with an asterisk (*) are required.
Name *
Username *
Password *
Verify password *
Email *
Verify email *
Captcha *
Reload Captcha

CPanel ชู Backlog 380 ล้านบาท ชูนวัตกรรมการผลิตล้ำสมัย

CPanel โตสวนกระแส ตั้งเป้าปี 63 รายได้ 326-340 ล้านบาท  ชูแบ็คล็อก ทั้งภาครัฐและเอกชน กว่า 380 ล้านบาท พร้อมปรับนวัตกรรมการผลิต นำเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อลดต้นทุน เสริมประสิทธิภาพการทำงาน เร่งระดมทุน เตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สู่บริษัทมหาชน

นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด หรือ CPanel ผู้ผลิตและจำหน่ายผนังคอนกรีตสำเร็จรูป เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2563 นี้ มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์รักษาฐานลูกค้าเดิมพร้อมขยายฐานกลุ่มลูกค้ารายใหม่ เน้นกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างและผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รายกลางและรายใหญ่ ที่มีรูปแบบโครงการและอาคารที่หลากหลาย รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดต้นทุนการผลิต โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยราชมงคลตะวันออก และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการพัฒนาหุ่นยนต์การผลิต เพื่อลดต้นทุนในกระบวนการผลิต และลดความผิดพลาดหรือความสูญเสียในการผลิต เพื่อผลิตชิ้นงานได้มีคุณภาพมากขึ้น

โดยบริษัทฯยังคงเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้า จำนวน 15 ราย มีมูลค่างานในมือ (Backlog) ประมาณ 380 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ หลากหลายโครงกา

อาทิ โครงการสัมมากรสุวรรณภูมิ,โครงการ Golden Neo-บางนากิ่งแก้ว,โครงการบริทาเนีย เมกะทาวน์-บริทาเนีย หทัยราษฎร์ โครงการของเรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ และโครงการของพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค อ่อนนุช ฯลฯ 

รวมถึงยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญา อาทิ โครงการงานก่อสร้างอาคารภาครัฐ งานอาคารสำนักงาน และคอมมูนิตีมอลล์ ซึ่งถือเป็นการขยายโอกาสในการรับงานให้มีความหลากหลายมากขึ้น และอยู่ระหว่างยื่นเสนออีกหลายโครงการ ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ใน 2 ปี ขณะที่กำลังการผลิตผนังคอนกรีตสำเร็จรูปของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 60% โดยบริษัทตั้งเป้าอัตราการเติบโตปี 2563 นี้อยู่ที่ 5-10% หรือมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 326-340 ล้านบาท

“ยอดขายของบริษัทได้รับผลกระทบในช่วงที่ผ่านมา จากการชะลอเปิดโครงการใหม่ แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นคำสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าแล้วจากฐานลูกค้าหลักที่เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ 15 ราย ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาโครงการก่อสร้างอาคารภาครัฐ 2 โครงการใหญ่ที่จะเห็นความชัดเจนเร็วๆ นี้ ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยเสริมมูลค่างานในมือ มีกำหนดทยอยรับรู้รายได้ใน 2 ปี และทำให้โครงสร้างรายได้ปีนี้จะแบ่งเป็นสัดส่วนงานเอกชน 90% และงานภาครัฐ 10%”

นอกจากนี้ ในช่วงนี้ผู้ประกอบการอสังหาฯรายใหญ่และรายกลางหลายรายใช้จังหวะนี้เข้าซื้อที่ดินแปลงใหญ่ เพราะได้ราคาต้นทุนที่ต่ำกว่าภาวะปกติ ประกอบกับการเร่งระบายสต็อกสินค้าส่งสัญญาณว่าซัพพลายลดลงต่อเนื่อง ทำให้เชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1/63 จะเข้าสู่จุดต่ำสุดก่อนจะเริ่มฟื้นตัวได้ในไตรมาส 2/63

สำหรับการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทได้เริ่มเพื่อระดมทุนขยายธุรกิจแล้ว เนื่องจากงบการเงินบริษัทในอดีตต่อเนื่องปัจจุบันจะเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง โดยกระบวนการดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินการของ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งจะเห็นความชัดเจนขึ้นเป็นลำดับในระยะถัดไปในจังหวะที่เหมาะสมต่อไป

ทั้งนี้ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด หรือ CPanel ถือเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการแข่งขัน โดยผลิตผนังคอนกรีตสำเร็จรูปด้วยหุ่นยนต์ที่มีเทคโนโลยีและเครื่องจักรการผลิตระบบ Fully Automatic เพียงรายเดียวที่สามารถออกแบบและขึ้นงานได้ตามความต้องการของลูกค้า มีการบริหารจัดการและควบคุมงานที่มีประสิทธิภาพ และด้วยการผลิตที่ได้มาตรฐานทำให้ลดการเกิดปัญหาหน้างาน อีกทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย ซึ่งบริษัทได้รับความไว้วางใจจากผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์และผู้รับเหมาชั้นนำจำนวนมาก จนสามารถเป็นผู้นำตลาดผนังคอนกรีตสำเร็จรูป อันดับต้นๆของประเทศ ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมกว่า 20,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยงานก่อสร้างที่ลดลงจะอยู่ในภาคก่อสร้างที่อยู่อาศัย แต่การสร้างโรงงานไม่ลดลง เพราะตั้งแต่สงครามการค้าจีน-สหรัฐ มีนักลงทุนที่มีฐานการผลิตในจีนย้ายมาไทยมากทั้งในนิคมอุตสาหกรรมและนอกนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งกลุ่มธุรกิจก่อสร้างโรงงานให้เช่าก็เกิดขึ้นมาก
สำหรับธุรกิจก่อสร้างปี 2563 ในภาพรวมยังไม่ดี แต่การที่ต่างชาติมาตั้งโรงงานเพิ่มขึ้นทำให้หลังโควิด-19 สงบ เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวเร็ว และเติบโตเข็มแข็งจากฐานการผลิตใหม่ โดยภาคการก่อสร้างที่เป็นงานของภาครัฐยังเดินหน้าตามปกติ ผู้ผลิตอุตสาหกรรมก่อสร้าง ทั้งปูนซีเมนต์และหิน ต่างบอกว่าอยู่ภาคตะวันออกดีที่สุด แม้จะมีโควิด-19 ก็ไม่ร่วงเยอะ ถ้าไม่มีโควิด-19 จะดีกว่านี้มาก เพราะต่างชาติ โดยเฉพาะจีนย้ายฐานการผลิตมาตั้งโรงงานเป็นจำนวนมาก ทำให้อุตสาหกรรมก่อสร้างได้รับผลบวกด้วย

“ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี63นี้ยังคงชะลอตัวและมีความไม่แน่นอนสูง และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบจากมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยหรือ LTV ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางรายมีการลดสต๊อกสินค้าในช่วงไตรมาส 4/62ที่ผ่านมา และส่งผลต่อเนื่องถึงช่วงไตรมาส 1/63 ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการและผู้รับเหมาปรับกลยุทธ์ ลดต้นทุนการก่อสร้าง ลดจำนวนแรงงาน บริหารความเสี่ยง รวมถึงลดเวลาการก่อสร้างเพื่อลดสต๊อกและใช้วัสดุที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จเร็วมากขึ้น จึงเป็นโอกาสของบริษัทที่จะเพิ่มยอดขายในปีนี้” นายชาคริต กล่าวทิ้งท้าย

 

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on Thursday, 21 May 2020 03:14

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.


  
X

ลิขสิทธิ์ของ IM

ห้ามผู้ใดทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ปลอมแปลง จัดเผยแพร่ เรียกดึงข้อมูล บันทึก ส่งผ่าน หรือกระทำการใดๆ ที่ละเมิดสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญาของ IM