Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

Create an account

Fields marked with an asterisk (*) are required.
Name *
Username *
Password *
Verify password *
Email *
Verify email *
Captcha *
Reload Captcha

AWC เผย Q3 ลงทุน 1 หมื่นล้าน กำไรพุ่ง 1.13 พันล้าน เชื่อมั่นพลังขับเคลื่อนความยั่งยืนกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ร่วมสร้างไทยให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

AWC เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง เปิดตัวโรงแรม-ห้องอาหารระดับโลกรองรับความต้องการของตลาดต่อเนื่อง รวมมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาทในไตรมาส 3/66 พร้อมมอบประสบการณ์การท่องเที่ยว การบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มที่พิเศษให้กับลูกค้า ส่งเสริมประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า ปัจจุบัน AWC มีจำนวนห้องพักรวม 6,034 ห้อง เพิ่มขึ้นร้อยละ 76 เทียบกับก่อนโควิด-19 ในปี 2562 จากการเปิดดำเนินงานหลายโครงการ อาทิ การเปิดโรงแรม INNSiDE by Meliá Bangkok Sukhumvit ที่ออกแบบและก่อสร้างตามกรอบการรับรองของมาตรฐานอาคาร Excellence in Design for Greater Efficiency (EDGE) ล่าสุดได้เปิดโรงแรม InterContinental Chiang Mai The Mae Ping ซึ่งเป็นโรงแรมระดับลักเซอรี่ ภายใต้แบรนด์ InterContinental แห่งแรกของภาคเหนือ และเป็นโรงแรมในรูปแบบพิพิธภัณฑ์มีชีวิตแห่งแรกของไทย ที่ให้แขกได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและศิลปะล้านนา

นอกจากนี้ AWC ยังเชื่อมั่นในการร่วมรวมพลังขับเคลื่อนความยั่งยืนร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ยั่งยืน และสร้างให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

การเปิด โรงแรม เชียงใหม่ แมริออท โฮเทล เป็นไปตามกลยุทธ์การสร้างการเติบโตของ AWC เพื่อเสริมศักยภาพของการสร้างกระแสเงินสด และเพิ่มความหลากหลายในพอร์ตโฟลิโอกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ ด้วยพื้นที่จัดประชุมรวมกว่า 6,200 ตารางเมตร สำหรับกลุ่มลูกค้า MICE ที่มองหาสถานที่จัดงานระดับพรีเมี่ยม

การเปิด Chiang Mai Marriott Hotel โรงแรมแบรนด์ Marriott แห่งแรกของภาคเหนือ ที่มีพื้นที่เพื่อรองรับการจัดงานประชุม MICE ระดับลักเซอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ รวมถึงเปิดห้องอาหารใหม่ด้วยคอนเซ็ปต์ที่มีเอกลักษณ์ ดึงดูดลูกค้าหลากหลายไลฟ์สไตล์ อาทิ การเปิดห้องอาหารจีน Yue Restaurant and Bar ที่โรงแรม Courtyard by Marriott Phuket Town และห้องอาหารญี่ปุ่นรวม 4 ร้านต้นตำรับระดับพรีเมี่ยม Kissuisen ที่โรงแรม Bangkok Marriott Hotel The Surawongse โดยปัจจุบันมีจำนวนโรงแรมของ AWC ที่เปิดดำเนินการทั้งหมด 22 โรงแรม

รวมถึงการเปิดตัว “The Empire Residence” บนชั้น 53 ของอาคาร “เอ็มไพร์” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายให้พนักงานของทุกองค์กรในอาคาร ผ่านพื้นที่ Co-Living Space ที่ไม่เหมือนที่ไหนในอุตสาหกรรมอาคารสำนักงาน สร้างพื้นที่แบ่งปันความรู้และมอบโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจอย่างไม่รู้จบ พร้อมเปิดพื้นที่ไลฟ์สไตล์อีกมากมายตั้งแต่ “Cafe Pittore” คาเฟ่แบบล็อบบี้เลานจ์ชั้น G ถึง “EA Rooftop at The Empire” บนรูฟทอปชั้น 55-60 พร้อมเตรียมรีโนเวทพื้นที่ชั้น 10 และ 11 เป็นฟู๊ดเลานจ์และห้องประชุม รวมพื้นที่เพื่อไลฟ์สไตล์กว่า 39,000 ตร. ม. เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอาคารสำนักงาน รองรับเทรนด์การทำงานในอนาคตสำหรับบริษัทชั้นนำ พร้อมส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายขององค์กรและพนักงานจากทั่วโลก (Workplace Destination)

และเปิดตัว “Asiatique Ancient Tea House” (เอเชียทีค แอนเชี่ยนท์ ที เฮ้าส์)' ร้านติ่มซำในเรือนไม้เก่าแก่อายุนับศตวรรษที่พื้นที่ริมแม่น้ำของเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น นำเสนอเมนูติ่มซําและชาระดับพรีเมียม ที่ได้รับการรังสรรค์โดยห้องอาหารพาโกด้า ห้องอาหารจีนชื่อดังแห่งโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค โดยการเปิดตัวครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ AWC ในการร่วมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารและวัฒนธรรมระดับโลก พร้อมเชื่อมต่อประสบการณ์ของการท่องเที่ยวริมแม่น้ำอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพมหานครและประเทศไทย

“ที่ผ่านมา AWC มุ่งพัฒนาทรัพย์สินคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเปิดตัวโรงแรมและห้องอาหารชั้นนำระดับโลกมากมายเพื่อรองรับความต้องการของตลาด พร้อมมอบประสบการณ์การท่องเที่ยว การบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มที่พิเศษให้กับลูกค้า ส่งเสริมประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกต่อไป”

นอกจากนี้ AWC ยังมุ่งเสริมความแข็งแกร่งพอร์ตโฟลิโอกลุ่มโรงแรมที่ตั้งอยู่ในทําเลยุทธศาสตร์ เสริมศักยภาพด้วยการพัฒนาโครงการคุณภาพในพอร์ตโฟลิโอ พร้อมร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก เพื่อสนับสนุนการเติบโตของทรัพย์สินดำเนินงานในการสร้างกำไรจากการดำเนินงาน (อิบิทดากลุ่มธุรกิจ) อย่างต่อเนื่อง

“ไตรมาส 3/2566 AWC มีรายได้รวมกว่า 4,666 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,136 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่งแม้อยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น และตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาสามารถผลักดันศักยภาพของทรัพย์สิน Ramp Up สู่ระดับดำเนินงานปกติ มูลค่ากว่า 12,500 ล้านบาท สร้างผลตอบแทนกระแสเงินสด หรือ EBITDA Yield สูงถึงร้อยละ 10.2”

โดยในไตรมาส 3/2566 นี้ บริษัทมีทรัพย์สินดำเนินงานที่สามารถสร้างรายได้อยู่ที่กว่าร้อยละ 85 รวมมูลค่า 125,758 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 52 เทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 ในปี 2562โดยสะท้อนศักยภาพการดำเนินงานตามกลยุทธ์ GROWTH-LED Strategy โดยสามารถเปิดตัวโรงแรมและห้องอาหารหลากหลายแห่งในไตรมาส 3 รวมมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท

ด้านผลการดำเนินงานใน 9 เดือนแรกตามงบฯการเงินของปี 2566 AWC มีการเติบโตต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน (อิบิทดากลุ่มธุรกิจ) ที่ 7,990 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.9 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ทั้งโรงแรมในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าพักโรงแรมในเครือ AWC เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรารายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ใน 9 เดือนแรกของปีสูงถึง 3,619 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 87.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ AWC ยังเชื่อมั่นในการร่วมรวมพลังขับเคลื่อนความยั่งยืนร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ยั่งยืน และสร้างให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก โดยได้รับเลือกให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก DJSI ในกลุ่ม DJSI Emerging Markets เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโรงแรมของไทยด้วยคะแนนเป็นอันดับ 1 จากบริษัททั้งหมดทั่วโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรม รีสอร์ท และเรือสำราญ

“AWC ได้เข้าร่วมการประเมินกับ S&P Corporate Sustainability Assessment และเป็น 1 ใน 28 ของบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิก DJSI ในปีนี้ โดยจะเป็นพลังให้กับผู้บริหารและพนักงาน AWC รวมทั้งพันธมิตรได้เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป”

โดย AWC มุ่งดำเนินงานตามกรอบพัฒนาด้านความยั่งยืนภายใต้ 3 เสาหลัก หรือ 3BETTERs ใน 9 มิติ ควบคู่ไปกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อสร้างคุณค่าองค์รวมและการเติบโตในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอย่างสมดุล โดยให้ความสำคัญครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ แบ่งเป็น

  • BETTER PLANET เพื่อโลกที่ยั่งยืนของเรา มุ่งดำเนินงานทางด้านสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจหมุนเวียน การบริหารจัดการน้ำ รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ โดยภายในปี 2573 AWC ตั้งเป้าเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน ลดปริมาณการใช้น้ำต่อหน่วยรายได้ร้อยละ 20 และมุ่งสู่การจัดการขยะตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ รวมถึงการสร้างผลกระทบเชิงบวกสุทธิ (Net Positive Impact) เพื่อพิทักษ์สภาพสมดุลในระบบนิเวศ
  • BETTER PEOPLE เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของพวกเราทุกคน การมุ่งพัฒนาทรัพยากรบุคลากรขององค์กรและอาชีวอนามัย ความปลอดภัย รวมไปถึงสร้างความยั่งยืนให้ชุมชนที่โครงการของ AWC ตั้งอยู่ในหลากหลายมิติ โดยภายในปี 2573 AWC ตั้งเป้าว่าทุกตำแหน่งที่สำคัญในองค์กรต้องมีผู้สืบทอดที่มีความพร้อม อัตราอุบัติเหตุต่อการเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรของพนักงานต้องเป็นศูนย์ และทุกกลุ่มธุรกิจภายใต้เครือ AWC ต้องสามารถส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่ผู้คนและสังคมผ่านโครงการเพื่อชุมชนต่างๆ
  • BETTER PROSPERITY เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกัน ให้ความสำคัญเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่มีส่วนผลักดันให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและความเจริญรุ่งเรืองในวงกว้าง โดยภายในปี 2573 AWC ตั้งเป้าคว้ารางวัล 5 Golden Arrow จาก ASEAN Corporate Governance Scorecard (ACGS) อีกทั้ง ยังมุ่งเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมเพื่อสร้างคุณค่าและความยั่งยืนในระยะยาวตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ทั้งนี้ Dow Jones Sustainability Indices ถือเป็นดัชนีวัดความยั่งยืนแรกของโลกที่ใช้ประเมินผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก ทั้งในด้านบรรษัทภิบาล เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม รวมถึงเป็นดัชนีที่สถาบันการลงทุนและกองทุนจากทั่วโลกให้การยอมรับและใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับพิจารณาเพื่อประกอบการลงทุน

AWC รับรางวัล “อาคารโดดเด่นด้านความปลอดภัย” และ “อาคารที่มีการบริหารงานเพื่อความยั่งยืน” มีคณะผู้บริหารและผู้จัดการจากอาคารและสถานประกอบการในเครือ AWC เข้าร่วม ณ ห้องประชุมนริศรานุสรณ์ กรมโยธาธิการและผังเมือง

นอกจากการได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์เป็นปีแรกแล้ว AWC ยังได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2566 ที่ระดับ ‘A’ ในกลุ่มของอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้าน ESG เพื่อใช้ขับเคลื่อนธุรกิจด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมด้วยความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย นอกจากนี้ AWC ยังทุบสถิติ คว้า 23 รางวัล “อาคารโดดเด่นด้านความปลอดภัย” และ “อาคารที่มีการบริหารงานเพื่อความยั่งยืน” ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการอาคารและสถานประกอบการตามมาตรฐานระดับสากล



รับข่าวสารก่อนใคร ฉับใวถึงมือคุณ
เพิ่มเราเป็นเพื่อน แอดไลน์ @610nusdc
เพิ่มเพื่อน

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on Thursday, 28 December 2023 09:13
วันวิสา ศรีตะวัน

Author : ตามช่าว "กิน ดื่ม เที่ยว ทัวร์" ร้านอาหารแนะนํา ร้านอาหารอร่อย สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว โปรแกรมเที่ยว โรงแรม ที่พัก สายการบิน การศึกษา ฯลฯ เปิดชีวิตไปกับการท่องโลกกว้าง

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.


  

Tweet Feed

Post Gallery

Zoomlion ประเทศไทย เปิดตัวผลิตภัณฑ์งานเหมืองครบวงจร ชูการบริการหลังการขายที่เข้าใจลูกค้ายิ่งกว่าเดิม

“คุณภาพของงาน การบริการที่ดี ตอบสนองทันใจ” คือหัวใจความสำเร็จของบริษัท พรีเมี่ยม ดีไซน์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด

เลือกผู้รับเหมาอย่างไรให้ได้งานสำเร็จ

ESC ปิดหีบสำเร็จตามเป้า มุ่งรณรงค์ลดการเผาอ้อย ชูแนวคิด Full Integrated System เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

Zoomlion ประเทศไทยฉลองครบรอบ 9 ปี เปิดตัวศูนย์บริการสาขานครสวรรค์อย่างยิ่งใหญ่!

ซีพี ติดอันดับความยั่งยืนโลก ระดับ “Top 5 %” จาก S&P Global ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ชูจุดเด่นเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

STEC ปรับกลยุทธ์ “Move To The Next Chapter” มุ่งพัฒนาต่อยอด New S-Curve เน้น Backlog แสนล้าน วางนโยบายองค์กร ตอบแทนสังคม มอบอาคารชาญวีรกูลที่ 71

Thaifoods Fresh Market โตสวนกระแส ครบ 350 สาขาตามเป้า, TFG จับมือ CooperL ตั้ง TFNG ดำเนินธุรกิจฟาร์มสุกรปู่ทวดพันธุ์ ด้วยงบลงทุนกว่า 746 ล้านบาท

TTA ต่อยอดธุรกิจขนส่งทางเรือ เข้าถือหุ้น 100% "ไทแทน แทงเกอร์" รุกธุรกิจผลิตน้ำมันดิบ เข้าถือหุ้น 10.14% "แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่" Q3/66 กำไร 374.8 ล้านบาท

X

ลิขสิทธิ์ของ IM

ห้ามผู้ใดทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ปลอมแปลง จัดเผยแพร่ เรียกดึงข้อมูล บันทึก ส่งผ่าน หรือกระทำการใดๆ ที่ละเมิดสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญาของ IM