November 24, 2020

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

Create an account

Fields marked with an asterisk (*) are required.
Name *
Username *
Password *
Verify password *
Email *
Verify email *
Captcha *
Reload Captcha

NIA ชี้ดัชนีความสามารถด้านนวัตกรรม (GII) ของไทยขยับขึ้น

เอ็นไอเอเผยข่าวดี ผลดัชนีความสามารถด้านนวัตกรรมของไทยขยับขึ้นต่อเนื่อง ติดอันดับ 4 กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับบน พร้อมตั้งเป้าดันไทยติดท็อป 30 ในปี 2030

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยผลการจัดทำดัชนีนวัตกรรมระดับโลก (Global Innovation Index – GII) ในปี 2562 ภายใต้ ธีมด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ (Creating Healthy Lives - The Future of Medical Innovation) ซึ่งจัดโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (World Intellectual Property Organization) หรือ WIPO เพื่อรายงานความสามารถด้านนวัตกรรมของแต่ละประเทศ และปีนี้ถือเป็นปีที่ 12 พบว่าในปีนี้ ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 43 ขยับขึ้นจากเดิม 1 อันดับจากปีที่ผ่านมา 

ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า ในปี 2019ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับความสามารถด้านนวัตกรรมอยู่อันดับที่ 43 ขยับอันดับขึ้น 1 อันดับ จากปี 2018 โดยในปีนี้ประเทศไทยมีการปรับตัวดีขึ้นทั้งทางด้านปัจจัยเข้าทางนวัตกรรม (Innovation input sub-index) จากเดิมอันดับที่ 52 เลื่อนขึ้นเป็นอันดับที่ 47 และปัจจัยย่อยผลผลิตทางนวัตกรรม (Innovation output sub-index) ที่ปรับขึ้นจากอันดับที่ 45 เลื่อนขึ้นเป็นอันดับที่ 43 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศกลุ่มรายได้ปานกลางระดับบน (upper middle-income economies) ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 4 รองจากจีน มาเลเซีย และบัลแกเรีย จากจำนวน 34 ประเทศ ที่ประเทศไทยมีอันดับที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยในทุกปัจจัย ยกเว้นปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่หากเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 10 จากจำนวน 15 ประเทศ

สำหรับคะแนนในปีนี้ ประเทศไทยทำคะแนนได้ดีในหลายตัวชี้วัดจาก 5 ปัจจัยเสาหลัก อาทิ ประสิทธิการดำเนินดีในด้านเครดิตภายในประเทศที่มีต่อภาคเอกชน (อันดับ 12) การคุ้มครองผู้ลงทุน (อันดับ 14) การลงทุนในตลาด (อันดับ 10) การทำ R&D ที่มีแหล่งเงินจากภาคธุรกิจ (อันดับ 4) การนำเข้าสินค้าไฮเทค (อันดับ 12) สภาพแวดล้อมนการทำธุรกิจ (อันดับ 20) การเติบโตด้านผลิตภาพแรงงาน (อันดับ 14) และการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี (อันดับ 8) รวมถึงตัวชี้วัดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านผลผลิตจากองค์ความรู้และเทคโนโลยี และปัจจัยด้านผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่ตัวชี้วัดที่ประเทศไทยยังมีข้อด้อยส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างปัจจัยเข้าทางนวัตกรรม เช่น สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ อัตราส่วนของครูและนักเรียน และการกู้ยืมรายย่อยในระดับไมโครไฟแนนซ์ เป็นต้น

ด้าน ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ดัชนี GII ประกอบด้วย ดัชนีย่อย 2 ด้าน ได้แก่ ดัชนีย่อยปัจจัยเข้าทางนวัตกรรม (Innovation input sub-index) และ ดัชนีย่อยผลผลิตทางนวัตกรรม (Innovation output sub-index) โดยภายใต้ 2 ดัชนีย่อยนี้ ได้แบ่งองค์ประกอบออกเป็น 7 ปัจจัยเสาหลัก (Pillar) ได้แก่

  • ปัจจัยด้านสถาบัน
  • ปัจจัยด้านทุนมนุษย์และการวิจัย
  • ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน
  • ปัจจัยด้านระบบตลาด
  • ปัจจัยด้านระบบธุรกิจ
  • ผลผลิตจากองค์ความรู้และเทคโนโลยี
  • ผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์

ทั้งนี้ GII นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งดัชนีสำคัญด้านนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ซึ่งสะท้อนความสามารถด้านนวัตกรรมของประเทศทั้งในปัจจัยย่อย การเปรียบเทียบเชิงเวลา และการเปรียบเทียบเชิงแข่งขัน

NIA ในฐานะหน่วยงานนำในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศ ได้รับมอบหมายจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ให้ดำเนินการติดตามและเสนอแนะแนวทางการยกระดับและปรับปรุงอันดับของประเทศไทยในดัชนีนวัตกรรมระดับโลก โดยอาศัยการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมบนฐานของข้อมูล (Data-driven Innovation) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการจัดทำแพลทฟอร์มข้อมูลนวัตกรรมเพื่อติดตามข้อมูลปัจจัยด้านนวัตกรรมจากแหล่างต่างๆ ที่สะท้อนศักยภาพด้านนวัตกรรม อาทิ ข้อมูลผลงานนวัตกรรม ข้อมูลผู้ประกอบการนวัตกรรม ข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรม ที่จะนำไปสู่การส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์ข้อมูลในการสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งของระบบนวัตกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของ NIA ในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศ สำหรับผลการจัดอันดับในปีนี้ ถึงแม้ในปีนี้อันดับของประเทศไทยจะขึ้นเพียง 1 อันดับ แต่จะเห็นได้ว่ามีการปรับขึ้นทั้งในอันดับของปัจจัยเข้าทางนวัตกรรม และปัจจัยผลผลิตทางนวัตกรรม แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ต่อเนื่องและสมดุลมากขึ้น การปรับโครงสร้างเชิงระบบของระบบวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จะช่วยเชื่อมโยงปัจจัยเข้าและปัจจัยผลผลิตให้สมดุลมากขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับการทำงานร่วมกันที่ส่งผลต่ออันดับนวัตกรรมของประเทศไทย ทั้งนี้ NIA จะได้มีการดำเนินงานเพื่อวางแผนในการเร่งพัฒนาและปรับปรุงดัชนี้นวัตกรรมของประเทศให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าให้ประเทศไทยอยู่ในท็อป 30 ภายในปี 2030 ดร.พันธุ์อาจ กล่าวสรุป

สำหรับประเทศที่มีความสามารถและการพัฒนานวัตกรรมที่ดีที่สุด 10 อันดับแรกในปีนี้ ได้แก่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศสวีเดน ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศเนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ประเทศฟินแลนด์ ประเทศเดนมาร์ก ประเทศสิงคโปร์ ประเทศเยอรมนี และประเทศอิสราเอล โดยดัชนีนวัตกรรมระดับโลก หรือ GII จัดทำขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ภายใต้ แนวคิด นวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ (Creating Healthy Lives - The Future of Medical Innovation) ทำการสำรวจโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก หรือ WIPO ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์การเฉพาะทางของสหประชาชาติ ทั้งนี้ ได้ทำการสำรวจความสามารถด้านนวัตกรรม 129 ประเทศและเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วโลก

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 02-0175555 เว็บไซต์ www.nia.or.th หรือ facebook.com/niathailand

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on Friday, 26 July 2019 11:48
นิชาภา โชติวัฒนทวีชัย

Author : เกาะติดข่าวจากภาครัฐ, ข่าวจากหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ, ข่าวประมูล, ข่าวเมกะโปรเจค, ข่าวจากองค์กรเอกชน, ข่าวสิ่งแวดล้อม, ข่าวแวดวงรักษาความปลอดภัย ฯลฯ

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.


  

Tweet Feed

Post Gallery

“ยูนิไวส์ ออฟชอร์” พัฒนาเรือขนส่ง มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านการบริการ

STC ปั้นโปรดักส์ใหม่ L-Wall ชู Backlog กว่า 285 ล้านบาท ลุย EEC

ILINK ไตรมาส 2 กำไรโตสวนกระแส ลุยแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ปั้นธุรกิจวิศวกรรมโครงการพิเศษ

น้ำตาลและอ้อยตะวันออก รับรางวัลโรงงานน้ำตาลดีเด่น 2563 ต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน

กรมเจ้าท่า ชูท่าเรือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เร่งแก้วัชพืชกีดขวางทางน้ำ เตรียมแผนขุดลอกปี 64

กลุ่มนวพลาสติก ปรับไลน์ผลิต ปั้นภาพรักษ์โลก แบรนด์ “WINDSOR” เปิดตัวประตูหน้าต่างสีใหม่

CCP ชู Backlog 2 พันล้าน ลุยเมกะโปรเจคภาครัฐ

ปส. รับโล่“อาคารราชการต้นแบบด้านการจัดการน้ำเสีย” ชูแผนยุทธศาสตร์ปี 64 พัฒนาเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน

Trend Micro เปิดตัวโซลูชั่น XDR ยกระดับป้องกันภัยไซเบอร์ยุค New Normal

X

ลิขสิทธิ์ของ IM

ห้ามผู้ใดทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ปลอมแปลง จัดเผยแพร่ เรียกดึงข้อมูล บันทึก ส่งผ่าน หรือกระทำการใดๆ ที่ละเมิดสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญาของ IM