November 29, 2020

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

Create an account

Fields marked with an asterisk (*) are required.
Name *
Username *
Password *
Verify password *
Email *
Verify email *
Captcha *
Reload Captcha

SCN สร้าง Recurring Income ดีลโครงการใหม่เพิ่ม มั่นใจครึ่งปีหลังยอดโตทะลุเป้า

บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังโตโดด หลังราคาแก๊สพุ่ง พร้อมดีลโครงการโซลาร์รูฟท็อปเพิ่ม 40 MW คาดเซ็นสัญญาได้ต่อเนื่อง เร่งเพิ่มธุรกิจโรงไฟฟ้า สร้าง Recurring Income สนับสนุนรายได้มั่นคง

ดร.ฤทธี กิจพิพิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจผลดำเนินงานในปี 2563 นี้ครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องด้วยราคาแก๊สปรับตัวดีขึ้นตามทิศทางของราคาน้ำมัน นอกจากนี้ ยังได้เจรจากับภาครัฐ และ ปตท. เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างราคา NGV ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันดีเซล เบื้องต้นจะมีการปรับราคา NGV ให้อยู่ระดับ 50% ของน้ำมันดีเซล ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นความต้องการใช้ NGV มากขึ้น บริษัทฯ อยู่ระหว่างเจรจา โครงการโซลาร์รูฟท็อป จำนวน 40 เมกะวัตต์ 

โดยช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่าจะเซ็นเพิ่มอีก 8 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีอยู่ 12 เมกะวัตต์ ส่งผลให้สิ้นปีนี้จะมีกำลังการผลิตในส่วนโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มอีก 20 เมกะวัตต์

 

รวมถึง การได้ผนึกกำลังกับ Green Earth Power (Thailand) Company Limited) (GEP) เมื่อไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ในสัดส่วนการลงทุน 40% ซึ่งถือเป็นผู้บุกเบิกด้านพลังงานในประเทศเมียนมา ถือเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ในอนาคต นอกเหนือจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกธุรกิจพลังงานที่จะเกิดขึ้นได้ในเมียนมา นอกไปจากนี้ โครงการยังมีความมั่นคงสูง เนื่องจากสร้างมาจากพื้นฐานความต้องการการใช้ไฟฟ้าในประเทศอย่างแท้จริง อีกทั้งยังถือเป็นการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน สามารถต่อยอดการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้านต่างๆ ได้อีก สร้างโอกาสให้เกิดความมั่นคงด้านสาธารณูปโภค ที่มีนัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของประเทศเมียนมา มั่นใจว่าโรงไฟฟ้ามินบู สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างดีให้กับ SCN และผู้ถือหุ้นทุกราย รวมถึงผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหม่ๆ ด้วย

โดยผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 2/2563 ที่ผ่านมา ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับนโยบายของภาครัฐที่สนับสนุนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประเภทดีเซล อีกทั้งยังปล่อยให้ราคา NGV ลอยตัว ทำให้ปริมาณการใช้ NGV ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตอกย้ำให้ธุรกิจสถานีบริการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์และธุุรกิจขนส่ง NGV ไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้

นอกจากนี้สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ยังส่งผลให้ลูกค้าในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมของบริษัทฯ ชะลอการผลิตลง ทำให้ปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติอัด หรือ iCNG ลดลงตามไปด้วย ซึ่งส่งผลให้เป้ารายได้ที่วางไว้ลดลงเหลือเพียง 150 ล้านบาท จาก 404 ล้านบาทสำหรับครึ่งปีแรก คิดเป็น 37% ด้านธุรกิจยานยนต์ก็ได้รับผลกระทบเกี่ยวเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 เช่นกัน ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถนำรถมินิบัสที่ผลิตจากประเทศจีนเข้ามาทำการตลาดในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาได้ เนื่องจากติดปัญหาในด้านการขนส่ง เพราะรถมินิบัสดังกล่าวถูกส่งออกจากมณฑล Huangshi อยู่ใกล้กับเมือง Wuhun จึงทำให้ต้องชะลอออกไปก่อน

อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้มีการปรับกลยุทธ์ในการดำเนินงาน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เพื่อลดต้นทุนในส่วนต่าง ๆ ลง ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนของการขายและการบริหารจัดการ (SG&A) ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งในปลายไตรมาส 2 หลังจากสถานการณ์เริ่มผ่อนคลาย ภาครัฐปลดล๊อคครบทุกเฟส บวกกับโรงงานอุตสาหกรรมเริ่มกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง บริษัทคาดว่าจะมีผลช่วยดันให้ดีมานด์การใช้ NGV รวมถึง ธุรกิจ iCNG ของบริษัทฯ พุ่งสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมีรายได้จากสัญญารับเหมาซ่อมบำรุงรถโดยสารปรับอากาศเชื้อเพลิง NGV 489 คัน ให้กับ องค์การขนส่งมวลชน หรือ ขสมก. ที่ดำเนินงานร่วมกับ บริษัท ช. ทวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งสัญญายังเหลืออีก 8 ปี จึงทำให้บริษัทยังคงมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์ COVID-19 แต่ยังสามารถตอบโจทย์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลประกอบการจากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่จังหวัดนครปฐมและจังหวัดกาฬสินธุ์ยังทำได้ดีกว่ากว่าที่คาดการณ์ไว้

สำหรับธุรกิจด้านโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มินบูที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาร์จ่ายเงินล่าช้าออกไป จึงทำให้ต้องปรับการรับรู้รายได้ในไตรมาสนี้ลดลง เนื่องจากได้รับรายได้จริงน้อยกว่าที่ประมาณการไว้ตามมาตรฐานบัญชีใหม่ TFRIC 12 ถึงแม้ว่าในไตรมาสนี้โครงการฯ จะสามารถจ่ายไฟจริงได้เกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 105% โดยคาดว่าจะสามารถจ่ายไฟได้กว่า 110-120% จากที่ประมาณการไว้ในไตรมาสต่อไป รวมถึงกลับมารับรู้รายได้ตามปกติ และสร้างรายได้ให้บริษัท อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังเตรียม COD จากโรงไฟฟ้ามินบู กำลังการผลิต 220 MW จากเฟส 2 ซึ่งจะเริ่มสร้างภายในเดือนสิงหาคมและคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 ครบทั้ง 4 เฟส

นอกจากนี้ยังมีข่าวดีจากการเริ่ม COD ของโครงการ Solar Rooftop ซึ่งบริษัทเริ่มลงทุนในนามของบริษัท Scan Advance Power (SAP) ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 จำนวน 5 โครงการในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ขนาดกำลังการผลิตกว่า 2.4 MW ทำให้บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากไตรมาสก่อนหน้าสู่ระดับ 3.9 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นความสำเร็จก้าวแรกของบริษัท และพร้อมลุยเดินหน้าหาลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงได้วางแผนเตรียมเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภาคเอกชน (Private PPA) ให้ได้ตามเป้าที่วางไว้ 20 MW ภายในสิ้นปีนี้ โดยปรับจากเป้าเดิมที่ 30 MW เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่แพร่ระบาดอย่างหนักในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้การเข้าไปทำงานมีความยากลำบาก ทั้งที่ดีมานด์การเติบโตของธุรกิจ Solar Rooftop ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจได้ว่าจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้อย่างแน่นอน จะคาดว่าธุรกิจ Solar Rooftop นี้จะเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนผลกำไรของบริษัทให้เติบโตยั่งยืนตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงตั้งเป้ากำลังการผลิตรวมทั้งหมดอยู่ที่ 110 MW ภายในปี 2565 เช่นเดิม

“สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 นี้ จากที่ภาครัฐยังไม่มีนโยบายการสนับสนุน NGV บริษัทฯ จึงได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์โดยนำธุรกิจพลังงานเข้ามาทดแทนและช่วยเพิ่มช่องทางรายได้ให้มีสัดส่วนมากขึ้นโดยเมื่อเดือนมิถุนายน บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) พร้อมทั้งผู้ถือหุ้นรายอื่นในบริษัท กรีน เอิร์ธ พาวเวอร์ ไทยแลนด์ จำกัด (GEP) ได้มีการเพิ่มทุนเพื่อใช้สำหรับดำเนินการก่อสร้าง Phase 2 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการเพิ่มทุนเพื่อเริ่มดำเนินการก่อสร้างในส่วนของ Phase 3 และ Phase 4 ต่อไป อย่างไรก็ตามสำหรับธุรกิจก๊าซธรรมชาตินั้น บริษัท ได้เตรียมความพร้อมไว้ตลอดสำหรับช่วงใดที่มีโอกาสด้านการลงทุนที่เหมาะสม ก็พร้อมที่จะลุยงานได้อย่างทันทีเนื่องจากเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านก๊าซธรรมชาติอย่างแท้จริง” ดร.ฤทธี กล่าวทิ้งท้าย

 



รับข่าวสารก่อนใคร ฉับใวถึงมือคุณ
เพิ่มเราเป็นเพื่อน แอดไลน์ @610nusdc
เพิ่มเพื่อน

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on Friday, 11 September 2020 08:29
กัลยรัตน์ กิจศิริวัชรโชติ

Author : เกาะติดข่าวพลังงาน พลังงานทดแทน พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวล พลังงานสะอาด โรงไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าช การขนส่งพลังงาน นโยบายรัฐ สิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน ฯลฯ

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.


  
X

ลิขสิทธิ์ของ IM

ห้ามผู้ใดทำซ้ำ คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ปลอมแปลง จัดเผยแพร่ เรียกดึงข้อมูล บันทึก ส่งผ่าน หรือกระทำการใดๆ ที่ละเมิดสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญาของ IM